เข้าสู่ระบบ

 
ชื่อผู้ใช้ :
 
รหัสผ่าน :
 
จดจำ
ดู:747 | ตอบ:0

การสร้างฝายชะลอน้ำ

boonjun โพสเมื่อ 16 พฤษภาคม 2555,10:02:23

ระดับ : ผู้ดูแลเว็บบอร์ด
กระทู้ : 60
ความเห็น : 0
Level : 2
90/150
สมัครเมื่อ : 2012-05-15
IP : 110.169.139.xxx

พลังน้ำใจ : 0
เครดิต : 360


ประเภทภูมิปัญญา

 

เรื่อง                                   การสร้างฝายชะลอน้ำ
ประเภทภูมิปัญญา                   ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ชื่อผู้สัมภาษณ์                       นายสุเทพ  วิบูลย์กุล
สถานที่ให้สัมภาษณ์                107/7 บ้านกอก ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
วัน เวลา การสัมภาษณ์             วันอาทิตย์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554  เวลา 11.00 – 12.30 น.

การสร้างฝายชะลอน้ำฝาย (Check Dam)  
        สิ่งก่อสร้างขวาง หรือกั้นทางน้ำ ซึ่งปกติมักจะกั้นลำห้วย ลำธารขนาดเล็กในบริเวณที่เป็นต้นน้ำ หรือ พื้นที่ที่มีความลาดชันสูงให้สามารถกักตะกอนอยู่ได้ และหากส่งที่น้ำไหลแรงก็สามารถชะลอการไหลของน้ำให้ช้าลง และกักเก็บตะกอนเอาไว้ไม่ให้ไปทับถมลำน้ำตอนล่าง เป็นเป็นวิธีการอนุรักษ์ดินและน้ำได้ดีมากวิธีการหนึ่ง เพราะฝายต้นน้ำลำธาร มีความสำคัญต่อการลดความรุนแรงของกระแสน้ำในลำห้วยในช่วงฤดูฝนที่มีปริมาณฝน ตกหนัก และช่วยลดการพังทลายของดิน ส่วนในช่วงฤดูแล้ง ฝายดักตะกอน จะช่วยชะลอการไหลของน้ำ ทำให้น้ำค่อยๆ ไหล คงความชุ่มชื้ให้คงอยู่นานขึ้น เป็นประโยชน์ต่อพืชพันธุ์ แมลง และสัตว์ป่า ที่อาศัยอยู่ในป่า ได้อาศัยความชุ่มชื้นนั้น  
สร้างฝายต้นน้ำลำธารแบบท้องถิ่น หรือฝายกักเก็บน้ำตามธรรมชาติ (ฝายแบบชั่วคราว)
        
ส่วนใหญ่สร้างในบริเวณต้นน้ำ วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างมีความแตกต่างกันไปในแต่ละชุมชน

วัสดุที่ใช้ วิธีการทำและขนาด
        
ฝายจะเลือกใช้วัสดุ ตามธรรมชาติที่หาได้ในพื้นที่ ทำโดยการปักเสา และตีไม้เป็นคอกสำหรับเป็นที่ยึดวัสดุที่จะนำมาใช้เป็นตัวฝาย วัสดุในพื้นที่ทำนำมาทำเป็นฝาย เช่น พื้นที่ที่มีหินก็จะใช้หินเรียงเป็นตัวฝาย พื้นที่ที่เป็นดิน หรือทราย จะใช้ กระสอบบรรจุดินหรือทรายวางเรียงเป็นตัวฝาย หรือบางพื้นที่อาจใช้เศษไม้ปักถี่ๆและใช้เศษไม้ใบไม้เป็น ตัวฝาย เพื่อชะลอการไหลของน้ำและกักเก็บตะกอนดินทราย  ขนาดของฝายแตกต่างกันไปตามลักษณะความกว้าง และขนาดของลำห้วย


ระยะเวลา: ประมาณ 3 ชั่วโมง
ความกว้าง:  3-5 เมตร
ความสูง:  ไม่เกิน 2 เมตร
จำนวนคน: ประมาณ 5 คน/ตัว
งบประมาณ: ประมาณ 500-600 บาท/ตัว
การมีส่วนร่วม:  องค์กรฯ สนับสนุนงบประมาณในเรื่องวัสดุ อุปกรณ์ และสมทบค่าอาหารทำกิจกรรมร่วมกัน โดยชาวบ้านมีส่วนร่วมในการเป็นแรงงานในการทำฝาย

ฝายชะลอน้ำสร้างขวางทางไหลของน้ำบนลำธารขนาดเล็กไว้ เพื่อชะลอการไหล
                - ลดความรุนแรงของกระแสน้ำ ลดการชะล้างพังทลายของตลิ่ง

                - เมื่อน้ำไหลช้าลง ก็มีน้ำอยู่ในลำห้วยนานขึ้น โดยเฉพาะในหน้าแล้ง
                - ช่วยดักตะกอนที่ไหลมากับน้ำ ลดการตื้นเขินที่ปลายน้ำ ทำให้น้ำใสมีคุณภาพดีขึ้น
                - ช่วยให้ดินชุ่มชื้น ป่ามีความอุดมสมบูรณ์ เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ
                - สัตว์ป่า สัตว์น้ำ ได้อาศัยน้ำในการดำรงชีวิต คืนพืชแก่เนินเขา/ภูเขาหัวโล้น
                - ดินชื้น ป่าก็ชื้น กลายเป็นแนวกันไฟป่า ลดความรุนแรงของไฟได้

เนื้อหาการสัมภาษณ์
               
การ สร้างฝ่ายจะทำในที่ที่เป็นลำห้วย ลำธารขนาดเล็กในบริเวณที่เป็นต้นน้ำ หรือ พื้นที่ที่มีความลาดชันสูงให้สามารถกักตะกอนอยู่ได้ และหากส่งที่น้ำไหลแรงก็สามารถชะลอการไหลของน้ำให้ช้าลง และกักเก็บตะกอนเอาไว้ไม่ให้ไปทับถมลำน้ำตอนล่าง เป็นเป็นวิธีการอนุรักษ์ดินและน้ำได้ดีมากวิธีการหนึ่ง เพราะฝายต้นน้ำลำธาร มีความสำคัญต่อการลดความรุนแรงของกระแสน้ำในลำห้วยในช่วงฤดูฝนที่มีปริมาณฝน ตกหนัก และช่วยลดการพังทลายของดิน ส่วนในช่วงฤดูแล้ง ฝายดักตะกอน จะช่วยชะลอการไหลของน้ำ ทำให้น้ำค่อย ๆ ไหล คงความชุ่มชื้นให้คงอยู่นานขึ้น เป็นประโยชน์ต่อทรัพยากรทั้งพืชพันธุ์ แมลง และสัตว์ป่า ที่อาศัยอยู่ในป่า ได้อาศัยความชุ่มชื้นนั้น ส่วน การสร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่ซื่งไม่ใช่ต้นน้ำลำธาร และมีกระแสน้ำเชี่ยวกรากมากในฤดูฝนก็ต้องทำแบบลงทุกทำเป็นฝายน้ำล้น คือค้องเลือกจุดที่เป็นเวิ้งน้ำหรือคุ้งน้ำที่มีพื้นที่รับน้ำไว้ได้พอสมควร เพื่อที่จะใช่ในการทำเกษตร ทำไร ทำนา เราต้องสร้างฝายช่วงล่างจากคุ้งน้ำกะประมาณว่าสูงแค่พอกักน้ำในแอ่งของลำธาร ด้านหน้าได้  หน้าฝนก็ปล่อยให้มันล้นไหลข้ามไป  จุดที่จะสร้างต้องมีความแข็งแรงของตลิ่งอย่างมาก เพราะไม่เช่นนั้นน้ำจะพัดพาทั้งฝายพังไปพร้อมตลิ่ง  ส่วน ด้านต้นน้ำถ้าเป็นไปได้ก็ควรทำฝายกักน้ำคือใช้ก้อนหินหรือนำไม้มาตัดแล้วต่อ กันเป็นที่กั้นน้ำเพื่อขวางลำธารเป็นระยะๆ ตามช่วงจังหวะที่เหมาะสมจะเป็นการชะลอน้ำได้ดีเพื่อช่วยลดการไหลของน้ำ

             ในชุมชนของเราจึงร่วมกันสร้างฝ่ายชะลอน้ำและกักเก็นน้ำไว้ใช้ในการทำเกษตร ฝายที่เราสร้างขึ้นมา เป็นฝายแบบไม่ถาวร ให้วัสดุจากธรรมชาติ เป็นหลัก สำหรับชะลอน้ำในหน้าแล้งการไหลของน้ำที่หน้าฝาย ยังมีน้ำไหลอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะซึมผ่านฝาย หรือ น้ำล้นข้ามฝายทำให้ในหมู่บ้านของเรามีน้ำไหลผ่านตลอดเวลาไว้ใช้ในยามที่จำ เป็นต่อการทำการเกษตร ระดับความสูงของตัวฝาย ไม่สูงมากนัก ระดับความสูงประมาณ 40 % ของความสูงของระดับน้ำสูงสุด ในลำคลองหรือลำห้วย สายน้ำยังสามารถไหลล้นผ่านฝายได้ ตลอดเวลา เพื่อยังรักษาระบบนิเวศน์ หน้าฝายไว้ ตัวฝายควรมีระดับความลาดชัน ประมาณ 20 - 45 องศา ทั้งด้านหน้า และ ด้านหลัง ไม่ควรสร้างฝาย ที่มีหน้าตัด 90 องศา การก่อสร้างจะสร้างเป็นช่วงๆ แบบ ขั้นบันได เป็นช่วงๆ ระยะขึ้นอยุ่กับพื้นที่ ประมาณ 50 - 200 เมตร งบ ประมาณการก่อสร้างเราแทบจะไม่มี เพียงช่วยกันขนหิน ที่ระเกะ ระกะ อยุ่ตามลำคลอง มาจัดเรียงใหม่ เท่านั้น เป็นการออกกำลังกายไปในตัว หากไม่มีหิน เราก็จะใช้กระสอบทราย หากหน้าน้ำ มีน้ำมา ฝายนี้ก็จะพังทลาย ลง (ช่วยลดความเร็วของกระแสน้ำป่า ลงได้) หินที่ก่อเรียงตัวไว้ ก็จะพัง และ ไหลลงมาสู่ตัวฝาย ด้านล่าง ต่อไป พอ หมดหน้าน้ำป่า น้ำเกือบจะใกล้แห้ง เราก็หาเวลามาออกกำลังกาย มายกก้อนหินกลับไปเรียง เป็นฝายชะลอน้ำ ตามเดิม (ส่วนใหญ่แล้ว จะยังหลงเหลือ โครงสร้างเดิมอยู่บ้าง) ใช้เวลาก่อสร้าง ประมาณ 1-2 ชม. ต่อฝายเท่านั้น ควรคำนึงถึง สัตว์น้ำ ที่อาศัยในลำคลองด้วยว่า สามารถเดินทางไปยังต้นน้ำได้หรือไม่ เพราะเราตั้งใจว่า “ในน้ำต้องมีปลา ในป่าต้องมีน้ำ ”  ภายหลังจากการทำฝายแล้วต้องตรวจความเรียบร้อยของฝาย มีการติดตาม ดูแล ซ่อมแซมฝายโดยตลอด อย่างน้อย 6 เดือน/ครั้ง โดยเฉพาะฝายต้นน้ำลำธารแบบชั่วคราวซึ่งมีอายุการใช้งาน 2-3 ปี 

 

แหล่งที่มา :: http://54201026.blogspot.com/

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก